Hello

เวลามันสั้นนัก! comment...

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2552

: สิ่งที่เรียนรู้เมื่ออายุปูนนี้ของ อุดม




สิ่งที่เราค้นพบมาตั้งนานแล้ว:


- มนุษย์ต้องการสิ่งที่ตนเองไม่มี
- แฟนของคนอื่นมักจะสวยกว่าแฟนของตัวเอง
- เวลาที่เราวิ่งมารับโทรศัพท์จากที่ไกลๆ เมื่อถึงโทรศัพท์ เสียงมันมักจะหยุด เราจะช้าไป 1 จังหวะเสมอ
- ถ้าแอบรักใครอย่าฝากใครไปบอก บอกด้วยตัวเองจะดีกว่า
- เวลาสั่งอาหารไว้นานแล้วยังไม่ได้สักทีให้พูดว่าไม่เอาจะได้เร็ว
- ถ้าเรียกเก็บเงินแล้วไม่มีใครมาเก็บเสียที ให้ลุกขึ้นทำท่าจะกลับทั้งโต๊ะ จะมีพนักงานพุ่งมาทันที
- ระวังคน ที่แสดงออกว่าเป็นคนดีมากๆ
- หนังสือดีคือหนังสือที่เราชอบอ่าน, หนังดีคือหนังที่เราชอบดู
- อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่เรานินทามากๆ อย่าลืมย้ำบ่อยๆ ว่าอย่าบอกใครนะ
- อย่าทิ้งกระดาษชำระไว้ในชามก๋วยเตี๋ยว คนล้างจะเสียความ รู้สึก
- เรียกยามว่าซีเคียวรีตี้ การ์ด ยามจะตั้งใจโบกรถ
- ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนไม่ต้องเอายาสีฟันไปก็ได้ ยังไงเพื่อนต้องมี
- อย่าเข้าใกล้หมาตอนกินข้าว
- ตัดผมวันพุธได้ ไม่บาป
- เวลาบ้วนน้ำยาลิสเตอรีน ออกจากปากให้หลับตาด้วย
- อย่าไปจ่ายตลาดเวลาหิว เราจะซื้อมาเยอะเกินจำเป็นเสมอ
- ในโลกนี้จะชอบมีคนมาทักอยู่ 2 ประเภทเท่านั้น ประเภทแรก อ้วนขึ้นนะ กับประเภทที่ สอง ผอมลงนะ ไม่มีใครเข้ามาทักว่า ปกติดีนี่ไปทำอะไรมา
- คนที่มีรถทะเบียนเลขเดียวเรียงติดกันหลายๆตัว เป็นคนธรรมดาเหมือนกับเรา
- คนที่มีความรู้มากๆ เขามักจะใช้ความรู้ขังจินตนาการ
- ฟู่ฟ่าเดี๋ยวก็วาย เรียบง่ายอยู่ได้นาน
- จงอย่าอิจฉาคนอื่น แต่จงใช้ชีวิตให้คนอื่นอิจฉา
- เวลาที่เปิดหนังสือให้เพื่อนดุหน้าที่ตัวเองพูดถึง มักจะหาไม่เจอ
- ห้องน้ำผู้หญิง ผู้ชายเข้าไปดูเป็นพวกโรคจิต, ห้องน้ำผู้ชายผู้หญิงเข้ามาดูเป็นแม่บ้าน


วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ข้อดีของผ้าขี้ริ้ว


1. ยอมสกปรกเพื่อให้สิ่งอื่นสะอาด เสน่ห์ของคนอยู่ที่ยอมลำบากเพื่อให้ผู้อื่นเป็นสุข เช่น พ่อแม่ยอมเหนื่อยลูกหลานสุขสบาย

2. ดูดซับความสกปรกได้ แต่ก็สลัดคราบสกปรกออกจากตัวได้ตลอดเวลา เสน่ห์ของคนอยู่ที่รู้ตัวเองว่าสกปรก ถึงเวลาต้องชำระล้างแล้ว มิใช่อมความสกปรกไว้ แล้วแกล้งบอกว่าตนเองสะอาด

3. แม้นว่าเป็นผ้าที่ไม่มีราคา แต่ก็มีคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ได้ เหมือนคนที่พยายามทำตนเองให้มีคุณค่าด้วยการทำงานทำตน เป็นประโยชน์ให้มีค่า ไม่งอมืองอเท้า น้อยเนื้อต่ำใจในวาสนา ชะตาชีวิต

4. แม้นจะถูกมองว่าเป็นผ้าขี้ริ้ว แต่ก็ไม่ทำตัวให้ขี้เหร่ เหมือนคนที่รู้ตนเองว่า มีคนกำลังปรามาสสบประมาทจะต้องตั้งใจเอาชนะอุปสรรคตรงนั้นให้ได้ ไม่พ่ายแพ้ตามคำปรามาสของคนอื่น รู้ตัวตลอดว่ากำลังทำอะไรและให้มีกำลังใจในสิ่งนั้น ที่สำคัญคือมองหาความสำคัญจากสิ่งที่คนมองไม่เห็นว่าสำคัญอย่างไรให้ได้ คือสามารถมองเห็นคุณค่าจากสิ่งที่คนทั้งหลายมองว่าไร้ค่า.......

**** ลองสำรวจคุณค่าในตัวคุณ ๆ แล้วรึยัง ****

จำไว้ว่า

สิ่งที่ถูกต้องไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่นิยมปฎิบัติ และสิ่งที่เป็นที่นิยม ไม่จำเป็นต้องถูกต้องเสมอไป

ทุกๆคนสามารถทำสิ่งผิดพลาดได้ และนั่นคือเหตุผลที่เขาใส่ยางลบไว้ที่ปลายของดินสอ

Silent Road


ทำไมเวลาที่ฝนตกเรามักจะคิดถึงคนที่เรารัก เราผูกพันและบางครั้งก็รู้สึกเหงาด้วยเมื่อก่อน ท้องฟ้า แผ่นดิน และผืนน้ำเป็นเพื่อนรักกันทั้งสามอยู่ใกล้ชิดกัน จนกระทั้งโลกได้กำเนิดพืชและสัตว์ขึ้นแผ่นดินและผืนน้ำก็มัวแต่ดูแลเอาใจใส่พืชและสัตว์จนละเลยและไม่สนใจท้องฟ้า ท้องฟ้าเริ่มน้อยใจและถอยตัวห่างออกไป ออกไป ห่างออกไปทุกที ทุกทีจนถึงวันที่มีนกน้อยตัวแรกออกโบยบินแผ่นดินและผืนน้ำจึงได้รู้ว่าท้องฟ้าได้จากไปไกลแสนไกลแผ่นดินและผืนน้ำพยายามส่งเสียงเรียกท้องฟ้าแต่ท้องฟ้าอยู่ไกลมาก เลยไม่ได้ยินนกตัวนั้นจึงอาสาที่จะไปบอกท้องฟ้านกก็บินขึ้นสูง สูงขึ้น สูงขึ้น และส่งเสียงเรียกแต่เสียงนกนั้นเบาเกินไป ไปไม่ถึงท้องฟ้าแต่นกก็สัญยาว่าต่อไปนี้นกทุกตัวจะบินขึ้นสูงสู่ท้องฟ้า เพื่อนำข่าวจากแผ่นดินและผืนน้ำไปบอกแผ่นดินและผืนน้ำรู้สึกเศร้าใจที่เพื่อนห่างออกไปไกลและคิดถึงเพื่อนเหลือเกินผืนน้ำพยายามที่จะม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นครั้งแล้วครั้งเล่าแผ่นดินพยายามยกตัวสูงจนตั้งตระหง่านแต่นั้นก็ยังสูงไม่พอ ยังไม่ใกล้ท้องฟ้าพระอาทิตย์ซึ่งเฝ้าดูมาตลอดก็บอกกับทั้งสองว่า " เราอาจจะช่วยพวกท่านได้ "พระอาทิตย์จึงอาสาช่วยโดยการส่องแสงลงมายังแผ่นดินและผืนน้ำทำให้ระเหยกลายเป็นไอ ลอยไปรวมตัวกันเป็นก้อนเมฆลอยขึ้นไปบอกกล่าวกับท้องฟ้าเล่าเรื่องต่างๆเป็นรูปตามที่แผ่นดินและผืนน้ำได้เจอมา และบอกแผ่นดินและผืนน้ำคิดถึงมากอยากให้ท้องฟ้าลงมาสนิทแนบชิดเหมือนเมื่อก่อนท้องฟ้าได้รับรู้เรื่องราว ก็รู้สึกเสียใจแต่ก็กลับลงไปไม่ได้" ฉันกลับลงไปไม่ได้หรอก เพราะฉันเติบโตขึ้น และสูงขึ้นเกินไป ลงไปไม่ได้แล้วฉันได้แผ่ขยายตัวเองจนกว้างขวาง ที่ฉันทำได้ก็เพียงแต่เฝ้ามองดูอยู่ไกลๆ และโอบกอดแผ่นดินและผืนน้ำไว้อย่างอ่อนโยนเท่านั้น "และถึงแม้จะมีนกบินมาส่งข่าวแต่ฉันก็ยังคิดถึงแผ่นดินและผืนน้ำและอยากจะบอกทั้งสองว่า ฉันเองนั้นคิดถึงเพื่อนมากกมายเพียงใดก้อนเมฆก็ตอบว่า " อยู่บนนี้ก็เหงาๆเหมือนกัน บางที่ก็อยากจะกลับลงไปข้างล่างบ้าง "ท้องฟ้าเลยบอกกลับลงไปว่า" ฉันเหงาเหมือนกัน แต่ว่าฉันลงไปไม่ได้ แต่เจ้าลงไปได้นี่ ถ้าอย่างนั้นฉันจะส่งเจ้าลงไปและความคิดถึงของฉันก็หนักมากพอที่จะส่งพวกเจ้าลงไปหมดทั้งท้องฟ้าจากนั้นก้อนเมฆทั้งหมดก็รวมตัวกัน และรวมเข้ากับความคิดถึงอันมากมายของท้องฟ้าแล้วตกลงมาเป็นหยาดฝน ส่งผ่านความรัก ความคิดถึงลงมายังแผ่นดินและผืนน้ำจึงไม่แปลก ถ้าเมื่อใดที่ฝนตกแล้วเราจะรู้สึกคิดถึงคนที่เรารัก คนที่เราผูกพัน และบางครั้ง ท้องฟ้าก็ส่งความเหงาลงมาด้วย

วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2551

อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน... แล้วนะ


อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน... แล้วนะโดย น้าเน๊ก ...... เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาละกะวงศ์ ณ อยุธยาบางคนแอบรักเขาซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้นปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่นแต่กลับปล่อยให้ใจตัวเองเหลืออยู่แต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวันทุกวัน ทุกวันบางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวัน ๆต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ มึงแน่ กูแน่ งอนการกุศลประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ....ไอ้บ้าและอีกหลายคนนิยมกิจกรรม "ฆ่าเวลา" ชีวิตมันว่างจัดขนาดต้องฆ่าเวลากันเลยบอกตรง ๆ เห็นแล้วอยากตบกบาลเอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมีอีกหน่อยเราก็ตายจากัน...แล้วนะลองคิดแบบนี้บ้าง ใช่แล้ว....เราจะเกิดความเสียดายเพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านที่เรายังไม่ได้ทำตายได้ไง หากฝันไม่สำเร็จไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตายแต่ให้รีบทำทุกอย่าง ก่อนที่จะตาย ... ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ...มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่าเอาแบบตายวันตายพรุ่งก็จะได้นอนตายตาหลับใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า....พรุ่งนี้ฉันจะตายแล้วทำงานในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีกตามความฝันของเราไปสุดโต่ง...ต้องรีบแล้วเดี๋ยวตายนะ...เตือนแล้วไงรักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมีส่วนจะรักหรือไม่รักกูไม่สนว้อย...เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ) ตายแล้วใช้เวลา (ที่อาจจะ) สุดท้ายที่มีต่อกันไว้กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดครั้งสุดท้ายของเรานุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะอย่างน้อย ๆเราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอนให้สัมภาษณ์ยมบาล....... คนข้างบ้านเดินแป้นแล้นมาบอกข่าวดี ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงานในมือมีซองสีชมพูพร้อมการ์ด ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้นแม่เลยต้องมาแจกการ์ดเองเมื่อกี๊ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทรมาปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน.........หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย ......แต่กว่าคนเป็นแม่จะรู้ข่าวร้าย ก็ปาไป 5 วันซองในมือผม กลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้ กลายเป็นพวงหรีดและทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจ ที่อยากจะบอกว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน .... แล้วนะอ้าว....รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีกรีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ไปทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ทำเดี๋ยวตายซะก่อน....เสียดายแย่

วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2551

จะรู้ก็ต่อเมื่อ


จะรู้ว่าโลกนี้…มันกว้างใหญ่ ก็ต่อเมื่อเราได้…ออกเดินทาง

จะรู้คุณค่าของอะไร…ในสักอย่าง ก็ต่อเมื่อเราได้…เสียมันไป

จะรู้ความหมาย…ของฟ้าหลังฝน ก็ต่อเมื่อเราผ่านพ้น…มันมาได้

จะรู้ว่ายังมีเรื่อง…อีกมากมาย ก็ต่อเมื่อเราเปิดใจ…ยอมรับมัน

จะรู้ว่าในหนังสือ…มีอะไร ก็ต่อเมื่อเราได้…ลองเปิดอ่าน

จะรู้เวลา..ของดอกไม้บาน ก็ต่อเมื่อเราเฝ้าตาม…อยู่อย่างนั้น

จะรู้ว่าเสียงหัวเราะ…มันมีค่า ก็ต่อเมื่อเราเสียน้ำตา…ในสักวัน

จะรู้ถึงความในใจ…ของกันและกัน ก็ต่อเมื่อเราได้พูด…มันออกไป

จะรู้ว่าอะไร…ที่เรียกว่าคิดถึง ก็ต่อเมื่อในความคิดคำนึง…มีใครสักคน

จะรู้ความหมายในคำรัก…สักหน ก็ต่อเมื่อมีใครบางคน…ให้หวั่นไหว

จะรู้ว่าค่ำคืนนี้…คงไม่เงียบเหงา ก็ต่อเมื่อทุกเรื่องเล่า…ได้มีโอกาสบอกไป
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...